วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ลิขิตสังฆราช ?

เรื่องพระลิขิตนี่น่าเบื่อมากครับ
เพราะคนที่อยู่ในวงการพระพุทธศาสนาเขาเห็นก็รู้เลยว่าของปลอมครับ แถมปลอมไม่เนียนเลยด้วย จุดผิดเยอะมากๆ
แต่พวกที่ไม่ชอบวัดพระธรรมกายก็ชอบยกมาอ้างอยู่นั่นแหละครับ น้องแสนดีเบื่อมากเรื่องนี้ คุยไม่รู้เรื่องก็ยังจะให้เป็นของจริงอยู่นั่นแหละ

จุดผิดสังเกตใหญ่ๆ
1. แค่ไม่เคยมีตัวจริงให้เห็น (แต่ดันเอาตัวก๊อบปี้ไปขึ้นศาล เขาก็ยกฟ้องสิครับ)
2. เอกสารทางพุทธ ไม่เคยมีใช้เลขอารบิกครับ เลขไทยเท่านั้น
3. การเว้นวรรคที่ไม่ปกติ
4. ลายเซ็นต์ที่เหมือนตัดแปะ แถมวางเยื้องๆ
5. หัวกระดาษไม่มี
6. ไม่ระบุชื่อผู้ถูกกล่าวหา
7. ไม่ระบุวันเวลาที่ให้ดำเนินการ
8. ผู้เซ็นต์รับรองสำเนาถูกต้องไม่เคยออกมาพูดถึงเลย 

และต่อให้เป็นของจริง 
ก็คือพระลิขิต 
ไม่ใช่พระบัญชาอยู่ดีครับ  
พระลิขิต เป็นข้อเขียนเฉยๆ 



พระบัญชา เป็นคำสั่ง 
และต้องมีตราประทับชัดเจน 
มีผลทางกฎหมาย

แต่การทำปลอมมันเป็นกระบวนการ
ที่ดำมืดครับ 
เลยออกมาเปิดเผยลึกๆ ไม่ได้

ส่วนประเด็นที่หลวงพ่อให้เงินคืนวัด 
          คือท่านไม่ได้ให้คืนวัดครับ นั่นเป็นสำนวนที่นักข่าวเอามาเล่นให้เข้าใจผิด คือท่านถวายให้วัดเฉยๆ เพราะญาติโยมเขาถวายปัจจัยให้ท่านเป็นการส่วนตัวครับ คนเข้าวัดรู้กันอยู่แล้ว

          แต่หลวงพ่อท่านก็ไม่ได้ยึดติด เพื่อตัดปัญหา ท่านก็ถวายให้วัดไป เพราะยังไงก็ให้วัดใช้อยู่แล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าสื่อจะเล่นสำนวนจาก "ถวาย" เป็น "ให้คืน" ให้คนเข้าใจผิดอีก สื่อไทย เสี้ยมจริงๆ

ขอเพิ่มข้อมูลนะครับ จากที่มีคนมาบอกข้อมูลเพิ่ม
(Pairote Songkunnathum )

คนเซ็นรับรองสำเนาเป็นคนเอาไปยื่นให้ มส. เองในขณะนั้น ตอนนี้โดนคดี ปลอมพระลิขิตอีกฉบับ เพื่อปลดคุณบัณฑูร ล่ำซำ ประธานมูลนิธิมหามงกุฎราชวิทยาลัย ออกจากตำแหน่ง และยังมีพระลิขิตอีกฉบับ เพื่อแต่งตั้งตัวเองเป็นกรรมการ มส. 
และ (บุญอ๊อด รักทรงธรรม)
การกล่าวหาจะต้องยกกฏหมายสงฆ์มาอ้างอิงว่าผิดมาตราไหนอย่างไร ไม่ใช่มาโผล่ลอยๆแบบนี้
.................................................

ลิขิตสังฆราช ?

พยายาม มาหลายปี ที่จะต่อต้าน
จะจัดการ ตามลิขิต ที่คาดหวัง
ทั้งที่เห็น ว่าไม่จริง ดันทุรัง
ยกอ้างจัง ซ้ำซาก มาหลายปี

ใครตะแบง ว่าของจริง คงตาถั่ว
ออกจะมั่ว ผิดอยู่ ตั้งหลายที่
ดูไม่ออก จริงเหรอ พี่คนดี
อันตัวพี่ กินหญ้า หรืออย่างไร

ถ้าใครอ้าง ชื่อเรา เราย่อมแก้
แต่ไม่แน่ ปลอมพี่ ดูบ้างไหม
ทำของปลอม มั่วมั่ว ยากอะไร
แต่ไม่ให้ พี่ได้เห็น ชี้แจงเลย

หลายฉบับ ชี้ชัด มาตัดสิน
ล้วนของเก๊ ทั้งสิ้น จึงเพิกเฉย
หาเรื่องพระ ด้วยของเทียม เหนียมไหมเอย
ของจริงเลย เอามาเห็น ให้เต็มตา

พี่คอยแถ ดูแย่ รู้บ้างไหม
จะยกเพียง ของปลอมไป ทำไมหนา
เอาของจริง ออกมาดู สิพี่ยา
ใครกันน๊า ที่เสื่อมค่า น่าละอาย
น้องแสนดี
น้องแสนดีแทคตอบพี่คนดีนะครับ
P.khondee ( พี่คนดี กวีสมัครเล่น)

Cr. น้องแสนดี
ติดตามน้องแสนดีได้ทาง
Facebook

.......................

วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

Pictures of the day


เมื่อวานนี้วันมาฆบูชา ทุกวัดก็จะจัดงานจุดมาฆประทีปเวียนเทียนเพื่อบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากันนะครับ



และพิธีกรรมที่วัดพระธรรมกายก็สวยและศักดิ์สิทธิ์มากทีเดียว 
ตั้งแต่เช้าเราก็ได้ใส่บาตรกัน สายก็นั่งสมาธิ ถวายภัตตาหาร 
บ่ายเราก็ได้นั่งสมาธิ และมี มอบรางวัล WorldPEC และ พิธีรับโล่รางวัลทางก้าวหน้า เป็นทุนการศึกษาให้นักเรียนที่สอบธรรมะ
ค่ำเราก็จุดโคมมาฆประทีป และสวดสวดธัมมจักกัปวัตนสูตร 22,001,250 จบ

เป็นกิจกรรมอยู่ในบุญทั้งวันเลยนะครับ โดยเฉพาะผู้เตรียมงานและเก็บงาน ได้บุญใหญ่มากๆ เพราะอยู่เบื้องหลังงานด้วย
เอาบุญทุกบุญมาฝากครับ

.......................................
เห็นสื่อต่างประเทศเอาภาพวัดไปลงเยอะแยะมาก รวบรวมไม่หมดเลยทีเดียว ปีนี้สื่อไทยก็ลงหลายค่ายเหมือนกัน เขียนดีด้วย (น่าแปลกใจและดีใจ)
.......................................

ก็ดีแล้วครับ เพราะการนำภาพดีๆ เสนออกไป ได้ผลที่ดีกว่าการนำเรื่องไม่ดีเยอะนะครับ
การที่คนเห็นภาพดี ๆ จนคุ้นตา จะทำให้จำภาพดี ๆ ลงไปในใจนะครับ
เมื่อสิ่งดีๆ อยู่ในใจ ก็จะทำให้ใจของเรามีคุณภาพ การพูดก็จะดีขึ้น การกระทำก็จะดีขึ้น เพราะมีภาพดี ๆ สะสมอยู่ในใจเยอะ

การจะปฏิรูป มันต้องเอาสิ่งดีๆ ออกมาให้เห็นมากกว่านะครับ ถึงจะปฏิรูปได้
เราอยากให้สิ่งดี ๆ เกิดขึ้น เราก็ต้องทำภาพดี ๆ ให้มีมากขึ้น เหมือนที่หลวงพ่อท่านบอกว่า สันติภาพภายนอก มันเกิดจากสันติสุขภายใน
ไม่ใช่เอาภาพไม่ดีมาขยายนะครับ ตรงข้ามเลยทีเดียว
งานวิจัยทางจิตวิทยาเรื่องนี้มีรองรับเยอะมากๆ 

เรื่องดราม่าในประเทศนี้มีเยอะมากแล้วครับ มากจนคุ้นเลย เห็นจนเฉย ๆ
แม้กระทั่งแค่นกถือธงชาติไทย ยังเอาไปดราม่าข้ามประเทศได้ ไม่่น่าเชื่อ
เพราะเมื่อคนผู้นั้นคุ้นกับการจับผิด ก็จะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการจับผิด และก็เชี่ยวชาญเรื่องดราม่านะครับ
ดังนั้นเราเอาภาพดีๆ มาไว้ในใจเยอะๆ ดีกว่านะครับ
เป็นคนโลกสวย ดีกว่าเป็นคนโลกเสื่อม
อย่างน้อยที่สุด ภาพในวันก่อนที่เราจะละโลก ให้มันเป็นภาพที่ดี ๆ จะดีกว่านะครับ
เพราะเวลานั้น ไม่มีอะไรสำคัญเท่า บุญ หรือ ภาพสิ่งดีๆ ที่มีอยู่ในใจเลย

น้องแสนดี
12 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560

.......................................



176 #Pictures of the day

   เพ็ญเดือนสามงามฟ้านภากว้าง 
แสงจันทราส่องสว่างกลางเวหา
แสงประทีปส่องสว่างพสุธา 
แสงธรรมาส่องสว่างอยู่กลางกาย

   ณ เจดีย์มีองค์พระอยู่นับล้าน 
แลสะคราญลานเทียนเห็นเด่นเป็นสาย
ดวงประทีปแสงทองส่องเรียงราย
เป็นประกายระยับนับแสนดวง

   เพื่อบูชาพระไตรรัตน์จรัสจ้า 
เทพเทวัญชั้นฟ้ามาเต็มสรวง
กตัญญูบูชาจากใจทรวง 
ทะเลห้วงดวงไฟในค่ำคืน

   เราชาวพุทธสุดปลื้มในบุญใหญ่
จุดประทีปโคมไฟใจเริงรื่น
อธิษฐานผ่านใจทั้งนั่งยืน 
คนดาษดื่นหมื่นแสนจุดแสงไฟ

   ปฏิรูปควรมองต้องแบบนี้  
นำสิ่งดีมาแสดงแถลงไข
ให้คนดูรู้เห็นแล้วเย็นใจ 
ชื่นฤทัยในความดีมีทุกวัน

   สื่อกระจายหลายภาษานานาชาติ
ช่วยประกาศศาสนาอย่างสร้างสรรค์
คัดเดอะเบสต์พิกเจอร์เสนอพลัน   
เลือกรูปวันล้ำค่ามาฆบูชา

#น้องแสนดี
12 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560

.......................................

ภาพดีๆ วันมาฆบูชา 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560
รวมภาพวัด https://goo.gl/sLd8dy

20170211 พิธีเวียนประทักษิณ พิธีจุดมาฆประทีป
https://goo.gl/glo6Xb

มาฆบูชา 2560 ที่มีคนไปร่วมงานมากที่สุดในโลก!!!
https://goo.gl/BUWrBg

.........

สื่อต่างประเทศ

https://goo.gl/bknc86

https://goo.gl/OhQyXt

https://goo.gl/bPUeho

https://goo.gl/lYMuqb

https://goo.gl/QwZsD9

https://goo.gl/lSBLxp


...........

สื่อไทย

ไทยรัฐทีวี แสงเทียนจากชาวพุทธ วันมาฆบูชา
https://goo.gl/vrqA1Y

ผู้นำพุทธ 40 ประเทศทั่วโลก ร่วม ‘มาฆบูชา’ วัดพระธรรมกาย 
https://goo.gl/Zp5naR

จุดมาฆประทีป 1 แสนดวง เนื่องในวันมาฆบูชา 
https://goo.gl/Eplfo4

ธรรมกาย จุดโคมมาฆประทีปแสนดวง ถวายเป็นพุทธบูชา 
https://goo.gl/Z7pd4S

“ธรรมกาย”จุดประทีปแสนดวง ถวายเป็นพุทธบูชา.
https://goo.gl/qn7sZO



.......................................
Pictures of the day
.......................................
Cr. น้องแสนดี

ติดตามน้องแสนดีได้ทาง
Facebook
https://goo.gl/uoGqNf

Twitter 
https://goo.gl/hN7lzh

Line@ 
https://goo.gl/NGfQ1M

แอดไลน์แสนดีได้ทางลิ้งนี้นะครับ
https://goo.gl/XcZZTi

ไทยรัฐทีวี แสงเทียนจากชาวพุทธ วันมาฆบูชา
https://goo.gl/vrqA1Y

.......................

มุทิตาพระสังฆราชองค์ที่ 20

ม ห า สั ง ฆ ป ริ ณ า ย ก พ ร ะ อ ง ค์ ที่ ๒ ๐
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร) 
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
- ทีฆายุโก โหตุ สังฆราชา -


สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ เป็นราชทินนามของสมเด็จพระราชาคณะ ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาขึ้นโดยปรับจากราชทินนาม “สมเด็จพระอริยวงษญาณ” ซึ่งใช้มาแต่เดิม และพระราชทานแก่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อู่) เป็นรูปแรก ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (สา ปุสฺสเทโว) เจ้าคณะใหญ่คณะเหนือ เป็นสมเด็จพระสังฆราชในราชทินนามเดิม “สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ” จึงใช้เป็นราชทินนามของสมเด็จพระสังฆราชที่เป็นสามัญชนมานับแต่นั้น


..................................................................
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (นามเดิม อัมพร ประสัตถพงศ์ ฉายา อมฺพโร)
..................................................................



เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2491 ณ พัทธสีมาวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระจินดากรมุนี (ทองเจือ จินฺตากโร) เป็นพระกรรมวาจาจารย์

ความหมายพระนามเต็ม 
“สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ” สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 20 ... สำหรับพระนามเต็มของ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่จารึกในพระสุพรรณบัฏ ว่า “สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สุขุมธรรมวิธานธำรง สกลมหาสงฆปริณายก ตรีปิฎกธราจารย อัมพราภิธานสังฆวิสุต ปาพจนุตตมสาสนโสภณ กิตตินิรมลคุรุฐานียบัณฑิต วชิราลงกรณนริศรปสันนาภิสิตประกาศ วิสารทนาถธรรมทูตาภิวุฒ ทศมินทรสมมุติปฐมสกลคณาธิเบศร ปวิธเนตโยภาสวาสนวงศวิวัฒ พุทธบริษัทคารวสถาน วิบูลสีลสมาจารวัตรวิปัสสนสุนทร ชินวรมหามุนีวงศานุศิษฏ บวรธรรมบพิตร สมเด็จพระสังฆราช” 

ในหนังสือพระประวัติสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกซึ่งคณะสงฆ์วัดราชบพิธฯ จัดพิมพ์ถวาย ระบุความหมายไว้ว่า 

“สมเด็จพระผู้มีญาณสืบมาแต่วงศ์พระอริยเจ้า ทรงเป็นผู้มีธรรมวิธีอันละเอียดอ่อน ทรงเป็นผู้นำพระสงฆ์หมู่ใหญ่ทั้งปวง ทรงเป็นอาจารย์ผู้ทรงไว้ซึ่งพระปริยัติธรรม คือ พระไตรปิฎก ปรากฏพระนามฉายาในทางสงฆ์ว่า อมฺพโร 
ทรงงดงามในพระศาสนาด้วยทรงพระปรีชากว้างขวางในพระอุดมปาพจน์ คือพระธรรมวินัย ทรงดำรงพระเกียรติโดยปราศจากมลทิน และทรงเป็นครู สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาด้วยเหตุที่ทรงพระราชศรัทธาเลื่อมใส ทรงเป็นที่พึ่งผู้แกล้วกล้าและมีพระปรีชาฉลาดเฉลียว ทรงเป็นผู้ยังความเจริญแก่กิจการพระธรรมทูต ทรงเป็นใหญ่ในสงฆ์ทั้งปวง (คือทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราช) พระองค์แรกที่ได้รับพระราชทานสถาปนาในรัชกาลที่ 10 ทรงยังแสงสว่างแห่งแบบอย่างอันดีงามให้บังเกิด โดยเจริญรอยตามสมเด็จพระอุปัชฌาย์ คือ สมเด็จพระสังฆราช (วาสนมหาเถร) ทรงเป็นที่ตั้งแห่งความเคารพของพุทธบริษัท ทรงงดงามในพระวิปัสสนาธุระ ทรงพระศีลาจารวัตรอันไพบูลย์ ทรงเป็นอนุศิษย์ผู้สืบวงศ์สมณะมาแต่พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ทรงเป็นเจ้าผู้เจริญในทางธรรม ทรงเป็นราชาแห่งหมู่สงฆ์”.

ความหมายตราสัญลักษณ์ อ อ ป 
ของสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๒๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ 
ย่อมาจาก
อ. (อัมพร) พระนามของพระองค์ ใช้ตัวอักษรเป็นสีแดง วันประสูติ วันอาทิตย์
อ. (อมฺพโร) ฉายาของพระองค์ ใช้ตัวอักษรเป็นสีเหลือง หมายถึง สีอาสนะประจำตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช และสีของกาสาวพัสตร์ เป็นสมณคุณ
ป. (ประสัตถพงศ์) นามสกุลของพระองค์ ใช้ตัวอักษรเป็นสีฟ้าเทา เป็นสีประจำจังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นชาติภูมิ


ประวัติสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14-15 (ธรรมยุต) และแม่กองงานพระธรรมทูต

เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่ พระสาสนโสภณ เจ้าอาวาสวัดราชบพิธฯ ได้รับพระบรมราชโองการโปรดสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะฝ่ายธรรมยุติกนิกายเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2552 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9

มีราชทินนามตามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า “สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ พิพัฒนพงศ์วิสุต พุทธปาพจนานุศาสน์ วาสนวรางกูร วิบูลศีลสมาจารวัตรสุนทร ตรีปิฎกธรรมวราลงกรณวิภูษิต ธรรมยุตติกคณิสสร บวรสังฆารามคามวาสี อรัณยวาสี”
สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ หรือ สมเด็จขาว กรรมการมหาเถรสมาคมและแม่กองงานพระธรรมทูต สิริอายุ 89 พรรษา 68 มีพระนามเดิมว่า “อัมพร ประสัตถพงศ์” เกิดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2470 ตรงกับวันอาทิตย์ แรม 12 ค่ำ เดือน 7 ปีเถาะ จุลศักราช 1289 ณ ตำบลบางป่า อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี โยมบิดา-มารดาชื่อ นายนับ และนางตาล ประสัตถพงศ์ ครอบครัวประกอบอาชีพค้าขาย

๐ บรรพชาที่วัดสัตตนารถฯ

ในช่วงวัยเยาว์ เรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนเทวานุเคราะห์ กองบินน้อยที่ 4 ตำบลโคกกระเทียม อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อปีพ.ศ.2480 ณ วัดสัตตนารถปริวัตร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี มีพระธรรมเสนานี (เงิน นันโท) เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี เป็นพระอุปัชฌาย์ ย้ายไปจำพรรษาที่วัดตรีญาติ ตำบลพงสวาย เพื่อศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม, พ.ศ.2483 สอบได้นักธรรมชั้นตรี, พ.ศ.2484 สอบได้นักธรรมชั้นโท, พ.ศ.2486 สอบได้นักธรรมชั้นเอก และสอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค, พ.ศ.2488 สอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยค ต่อมาปีพ.ศ.2490 ย้ายมาจำพรรษา ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี(ทองเจือ จินตากโร) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระจินดากรมุนี พามาฝากกับสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (วาสน์ วาสโน) และให้สามเณรอัมพรเข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2491 ณ มหาพัทธสีมาวัดราชบพิธฯ มีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก(วาสน์ วาสโน) เป็นพระอุปัชฌาย์, สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินตากโร) ครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระจินดากรมุนี เป็นพระกรรมวาจาจารย์

ภายหลังอุปสมบท ท่านได้มุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรมในสำนักเรียนวัดราชบพิธฯ พ.ศ.2491 สามารถสอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยค และพ.ศ.2493 สอบได้เปรียญธรรม 6 ประโยค

งานปกครองคณะสงฆ์ในปัจจุบัน เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร, ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14-15 (ธรรมยุต), กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.), กรรมการคณะธรรมยุต, นายกสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.), กรรมการบริหารมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์, แม่กองงานพระธรรมทูต, ประธานมูลนิธิพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร จ.สกลนคร นับว่าเป็นศิษย์หลวงปู่ฝั้นที่มีสมณศักดิ์สูงสุดในปัจจุบัน คือเป็นถึงสมเด็จพระราชาคณะ, พระอุปัชฌาย์ เป็นต้น

ลำดับสมณศักดิ์

– พ.ศ.2514 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่ พระปริยัติกวี
– พ.ศ.2524 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ พระราชสารสุธี
– พ.ศ.2533 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่ พระเทพเมธาภรณ์
– พ.ศ. 2538 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่ พระธรรมเมธาภรณ์
– พ.ศ. 2543 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏหรือรองสมเด็จพระราชาคณะ ที่ พระสาสนโสภณ วิมลญาณอดุลสุนทรนายก ตรีปิฎกธรรมาลังการภูษิต ธรรมนิตยสาทร ศาสนกิจจานุกร ธรรมยุติกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

– เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2552 เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏ ที่ “สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ พิพัฒนพงศ์วิสุต พุทธปาพจนานุศาสน์วาสนวรางกูร วิบูลศีลสมาจารวัตรสุนทร ตรีปิฎกธรรมวราลงกรณวิภูษิต ธรรมยุตติกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัณยวาสี” สถิต ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 10 รูป

สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่เอาใจใส่ในกิจการงานของพระอารามหลวงด้วยดีตลอดมา ดังจะเห็นได้จากตำแหน่งหน้าที่ต่างๆ ที่รับภารธุระอยู่ ทุกประการล้วนต้องอาศัยความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ พร้อมทั้งความตั้งใจจริงอย่างดียิ่ง ได้ทำหน้าที่ในฐานะแห่งนักปกครองที่เอาใจใส่ดูแลความเป็นไปของวัดและคนในวัดอย่างดียิ่ง รวมทั้งท่านยังได้สร้างคุณูปการแด่คณะสงฆ์อย่างมากมาย

ศิษย์หลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร จ.สกลนคร

สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เป็นศิษย์หลวงปู่ฝั้น อาจาโร ที่มีสมณศักดิ์สูงสุดในปัจจุบัน คือเป็นถึงสมเด็จพระราชาคณะ เป็นพระธรรมทูตไปต่างประเทศรุ่นแรกของคณะสงฆ์ธรรมยุต และเป็นหัวหน้านำพระพุทธศาสนาจากประเทศไทยไปเผยแผ่ที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย โดยได้วางรากฐานพระพุทธศาสนาจนมั่นคง มีวัดและพระสงฆ์ไทยอยู่ประจำ ณ นครซิดนีย์ มาจนถึงปัจจุบัน และได้ขยายไปยังเมืองใหญ่อีกหลายเมือง เช่น กรุงแคนเบอร์รา นครเมลเบิร์น และเมืองดาร์วิน เป็นต้น


ขอบคุณข้อมูล

http://www.matichon.co.th/news/455668

http://www.thairath.co.th/content/857246

http://www.dailynews.co.th/education/553986

..................................................................



มุทิตาพระสังฆราชองค์ที่ 20

ขอกราบมุทิตา    พระมหามุนีวงศ์ 
ผู้นำคณะสงฆ์   ให้มั่นคงดำรงธรรม 

เป็นพระสังฆราช    ผู้พาศาสน์ให้เลิศล้ำ 
เพียบพร้อมและน้อมนำ คุณธรรมมีมากมาย

อัมพร อมฺพโร   ภูมิภิญโญนามกำจาย
ปรีชาเลิศเฉิดฉาย เกียรติเกริกกรายในแดนดิน
สาสนโสภณา เลิศล้ำฟ้ากระแสสินธุ์
ปฐมองค์ทศมินทร์ พระบดินทร์สถาปนา

ขอน้อมศิรเกล้า เพื่อกรานกล่าวด้วยศรัทธา
แด่สังฆราชา มุทิตาจากดวงใจ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ทุกจิตน้อมถวายชัย
ขอพรพระรัตน์ไตร สถิตย์ในพระองค์เทอญ 

ทีฆายุโก โหตุ สังฆราชา

#DA  ARMY
13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560

#น้องแสนดี

.......................................
177 #มุทิตาพระสังฆราชองค์ที่ 20
.......................................


Cr. น้องแสนดี
ติดตามน้องแสนดีได้ทาง
Facebook
https://goo.gl/w6Fncz

Twitter 
https://goo.gl/A0w0PJ

Line@ 
https://goo.gl/7i4OVF

แอดไลน์แสนดีได้ทางลิ้งนี้นะครับ
https://goo.gl/XcZZTi



.......................

วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

มาฆบูชา


สุขสันต์วันมาฆะนะครับ เดือนนี้เป็นเดือนแห่งความรักก็ถือว่า วันนี้เป็นวันแห่งความรักความปรารถณาดีในพระพุทธศาสนาเลยก็ได้ครับ เพราะเป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านทรงให้หลักสำคัญแก่พระอรหันต์ไปเผยแผ่ธรรมะให้กับชาวโลก เพื่อให้ชาวโลกพบทางสว่าง รู้ความจริงของชีวิต ไม่พลัดไปอบาย 

วันมาฆบูชา  ย่อมาจาก “มาฆปูรณมีบูชา” 

หมายถึง 
การบูชาในวันเพ็ญกลางเดือนมาฆะ 

(มาฆะคือชื่อเดือนที่ ๓ แห่งจันทรคติ ตามปฏิทินของอินเดีย หรือเดือน 3 ตามปฏิทินจันทรคติของไทย (ตกช่วงเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคม) ถ้าปีใดมีเดือนอธิกมาส คือ มีเดือน 8 สองหน ก็เลื่อนไปเป็นวันเพ็ญเดือน 4)


........................................
          ถ้าอธิบายโดยสรุป คือ  เมื่อ 2,500 กว่าปีก่อน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ให้กับ พระอรหันต์ที่ได้อภิญญา 6 (พระอรหันต์ฉฬภิญญะ ) จำนวน 1250 รูป ที่บวชโดยตรงจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่เวฬุวัน ในวันเพ็ญเดือน 3  ในพรรษาที่ 9 หลังจากการตรัสรู้ธรรม
........................................

ซึ่งเรื่องสำคัญก็คือ การที่ท่านได้ทรงแสดงธรรมที่สำคัญมากสำหรับการเผยแผ่ เพราะหลังจากวันนี้ พระอรหันตสาวกทั้งหลายก็จะออกเผยแผ่กันด้วยตนเอง 

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านจึงให้หลักไว้คือ โอวาทปาฏิโมกข์ ซึ่งในพระศาสนาของพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ จะมีการรวมสงฆ์ครั้งใหญ่เพื่อแสดงโอวาทปาฏิโมกข์อย่างน้อย 1 ครั้ง ทุกครั้งจะเป็นการประชุมของผู้ที่ได้พระอรหันต์เอหิภิกขุ ที่ได้อภิญญา6 ทั้งสิ้น โดยเนื้อหาของหลักธรรมจะเหมือนกัน แต่จำนวนสงฆ์จะต่างกันไป เช่น

สมัยพระกกุสันธพุทธเจ้า อายุ 40,000 ปี ประชุม 1 ครั้ง พระสงฆ์สาวกขีณาสพมาประชุม 4 หมื่นรูป 
สมัยพระวิปัสสีพุทธเจ้าอายุ 80,000 ปี ประชุม 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 มีภิกษุ 168,000 รูป ครั้งที่ 2 มีภิกษุ 1 แสนรูป ครั้งที่ 3 มีภิกษุ 8 หมื่นรูป


ดังนั้น 

นี่คือหัวใจของธรรมะ
ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเลยทีเดียว


โอวาทปาติโมกข์

แบ่งเป็น 3 ส่วน มีความหมายดังนี้


 ส่วนแรก  ทรงกล่าวถึงอุดมการณ์ในพระพุทธศาสนา
- ขนฺตี ปรมํ ตโป ตีติกฺขา
ขันติ คือความอดกลั้น เป็นตบะอย่างยิ่ง

- นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา
พระพุทธเจ้าทั้งหลายตรัสว่า พระนิพพานเป็นเยี่ยม

- น หิ ปพฺพชิโต ปรูปฆาตี
สมโณ โหติ ปรํ วิเหฐยนฺโตฯ
ผู้ล้างผลาญผู้อื่น, ไม่ชื่อว่าเป็นบรรพชิต
ผู้เบียดเบียนผู้อื่น ไม่ชื่อว่าเป็นสมณะ

เอตัง พุทธานะ สาสะนัง ฯ 
นี่เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

 ส่วนที่สอง  ทรงกล่าวถึง “หลักการอันเป็นหัวใจสำคัญเพื่อเข้าถึงจุดมุ่งหมายของพระพุทธศาสนา

- สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง 
การไม่ทำบาปทั้งปวง

- กุสะลัสสูปะสัมปะทา 
การบำเพ็ญกุศลให้ถึงพร้อม

- สะจิตตะปะริโยทะปะนัง 
การกลั่นจิตของตนให้ผ่องแผ้ว 

เอตัง พุทธานะ สาสะนัง ฯ 
นี่เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

 ส่วนที่สาม  ทรงกล่าวถึงวิธีการและคุณสมบัติของผู้เผยแผ่

อะนูปะวาโท, 
การไม่เข้าไปว่าร้ายกัน หนึ่ง 

อะนูปะฆาโต, 
การไม่เข้าไปล้างผลาญกัน หนึ่ง

ปาฏิโมกเข จะ สังวะโร, 
ความสำรวมในพระปาฏิโมกข์ หนึ่ง

มัตตัญญุตา จะ ภัตตัสมิง, 
ความเป็นผู้รู้ประมาณในโภชนาหาร หนึ่ง

ปันตัญจะ สะยะนาสะนัง, 
การนอนการนั่งอันสงัด หนึ่ง

อะธิจิตเต จะ อาโยโค, 
การประกอบความเพียรในอธิจิต หนึ่ง

เอตัง พุทธานะ สาสะนัง ฯ 
นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย. 

สรุปแล้วคือ  หลักการ 3 อุดมการณ์ 4 วิธีการ 6 คือโอวาทที่ไว้ให้พระเผยแผ่นะครับ
โดยเฉพาะข้อ อดทนนี่มาเป็นข้อแรกเลยนะครับ 555

ดังนั้นวันนี้เรามาเอาบุญรำลึกถึงวันนั้นกันนะครับ
กำหนดการดังนี้
6.30น. ตักบาตร ณ ลานธรรม หน้ามหาธรรมกายเจดีย์ฯ

9.30 น.  ณ ห้องแก้วสารพัดนึก
  - ปฏิบัติธรรม
  - พิธีกล่าวคำถวายบุญสร้างโบสถ์พระไตรปิฎก
  - พิธีกล่าวคำถวายภัตตาหาร

13.30 น. ณ หน้ารัตนบัลลังก์
  -พิธีมอบโล่ทางก้าวหน้า ครั้งที่ 35
  -พิธีมอบโล่ World PEC ครั้งที่ 10
  - ปฏิบัติธรรม&ถวายปัจจัย

18.00 น. ณ ลานธรรม
 - พิธีเวียนประทักษิน & จุดโคมมาฆประทีป
- สวดธัมมจักกัปปวัตนสูตรต่อ


เกร็ดเล็กๆ นะครับ

ทีนี้มาดูว่่า พระทั้ง 1250 รูปมาจากไหนบ้าง ?
ก็คือมาจาก 2 กลุ่มใหญ่
กลุ่มศิษย์ของชฏิล 3 พี่น้อง 1000 รูป
และศิษย์ของพระโมคคัลลานะ และ พระสารีบุตร อีก 250 รูป

ส่วนพระอรหันต์ที่ไม่ได้เข้าประชุมในวันมาฆบูชา (9 เดือนหลังการตรัสรู้)

1.พระปัญจวัคคีย์ 5 รูป

2.พระนาลกะ (หลานชายอสิตดาบส) 
ท่านเป็นหลานชายอสิตดาบส ที่ออกบวชรอจนเมื่อพระพุทธเจ้าแสดงปฐมเทศนา ท่านนาลกะได้ยินข่าวจากพวกเทวดาจึงออกจากป่ามาเฝ้าพระพุทธเจ้าในวันที่ ๗ หลังปฐมเทศนา ฟังธรรมแล้วท่านก็กลับเข้าป่าอีก ท่านปฏิบัติโมเนยปฏิปทาอันอุกฤษณ์ และนิพพานในป่าหลังจากนั้น 7 เดือน ไม่รู้แน่ว่าท่านสำเร็จเป็นพระอรหันต์วันไหน แต่เข้าใจว่าน่าจะเป็นวันแรกๆ หลังจากฟังธรรมแล้ว (ซึ่งคงปรินิพพานไปแล้ว)

3.พระยสเถระ พร้อมสหายอีก 55 รูป
ลำดับต่อมา พระพุทธเจ้าได้แสดงธรรมโปรดยสกุลบุตรที่บ่นว่า ที่นี่วุ่นวายหนอ ที่นี่ขัดข้องหนอ แล้วเดินหนีออกจากปราสาทจนมาพบพระพุทธเจ้า ยสกุลบุตรฟังธรรมแล้วสำเร็จเป็นพระอรหันต์จึงออกบวช ต่อมาสหายได้ข่าวตามมาบวชและสำเร็จเป็นพระอรหันต์รวมทั้งหมดคณะนี้อีก 55 องค์

4.ชฎิล 3 พี่น้อง
พระพุทธเจ้าเสด็จไปโปรดชฎิล 3 พี่น้องก่อนจะเข้าราชคฤห์
อุรุเวลกัสสปะมีบริวาร 500
นทีกัสสปะมีบริวาร 300
คยากัสสปะมีบริวาร 200
พระพุทธเจ้าทรงแสดงปาฏิหาริย์ปราบทิฏฐิชฎิลอยู่ราว ๓ เดือน จนในที่สุดชฎิลทั้งหมดออกบวช แล้วทรงแสดงธรรมจนชฎิลทั้งหมดสำเร็จเป็นพระอรหันต์ ซึ่งตัวเลขพระอรหันต์คณะนี้รวมแล้วน่าจะเป็น 1003 แต่ถ้าหัวหน้าชฎิลทั้ง 3 ไม่ได้มาด้วยก็จะเป้น 1000 รูปพอดี

5. พระอัครสาวกทั้ง 2
พระโมคคัลลานะ (โกลิตะ) สำเร็จในวันที่ 7 ส่วนพระสารีบุตร (อุปติสสะ) สำเร็จในวันที่ 15
ในวันที่พระสารีบุตรสำเร็จเป็นพระอรหันต์นั้นเป็นวันเพ็ญเดือน ๓ ภายหลังวันตรัสรู้ ๙ เดือน ซึ่งก็ตรงกับวันมาฆบูชานั่นเอง

และคณะพระภัททวัคคีย์ 30 คณะนี้ยังไม่มีใครสำเร็จเป็นพระอรหันต์
พระพุทธเจ้าเสด็จไปสู่นครราชคฤห์ ระหว่างทางทรงพบภัททวัคคีย์กุมาร 30 คนที่ไล่ฝ้ายตามหาหญิงคนหนึ่งที่ขโมยเครื่องประดับหนีไป พระองค์ทรงแสดงธรรมจนทั้งหมดดวงตาเห็นธรรม ขั้นต่ำเป็นพระโสดาบัน แต่ไม่มีใครสำเร็จเป็นพระอรหันต์ ทั้งหมดบวชแล้วกราบทูลลาไปปฏิบัติธรรมต่อทางแคว้นมัลละหลังจากนั้นราว ๖ ปี กลุ่มพระภัททวัคคีย์จึงกลับมาเฝ้าพระพุทธเจ้า ได้ฟังธรรมอีกครั้งจึงสำเร็จเป็นพระอรหันต์

และเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์มากเลยนะครับ เพราะสมัยก่อนการสื่อสารก็ไม่ได้มี แต่สามารถมาประชุมรวมกันได้ เพราะทุกรูปเป็นผู้ที่มีญานทัศนะที่เกิดจากอภิญญา 6 ซึ่งวิสัยของผู้มีฌานเป็นสิ่งที่เกินกว่าที่เราจะคิดได้นะครับ เช่นเดียวกับตอนที่พระพุทธเจ้าไปโปรดปัญจวัคคีย์ ท่านรู้ได้อย่างไรว่าปัญจวัคคีย์อยู่ที่ไหน ซึ่งนั่นคือเรื่องของญานทัศนะของผู้มีฤทธิ์
ส่วนที่มีผู้ที่กล่าวว่าพระสงฆ์มารวมกันไม่ใช่เรื่องอัศจรรย์ เป็นเพราะความเชื่อเรื่องพราหมณ์ ที่ว่าวันศิวาราตรี (คืนเดือนมาฆะเช่นกัน) จะมารวมตัวกันเพื่อลอยบาปในคืนวันเพ็ญนั้นผิดเลยนะครับ 
เพราะผู้ที่เป็นพระอรหันต์แล้ว จะไม่มีความเชื่ออื่นนอกพุทธศาสนาแน่นอน และชฎิล ก็เป็นพวกบูชาไฟ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการลอยบาปหรือพระจันทร์เต็มดวงอะไรเลย และที่สำคัญคือ พระศิวะเป็นเทพที่ชาวฮินดูเริ่มบูชากันในยุคหลังพุทธกาล คือตั้งแต่ พ.ศ. 800 เป็นต้นมา https://goo.gl/Dy4L97
ดังนั้นทั้งหมดเกิดจาก ญานทัศนะล้วนๆ ครับ และเป็นสิ่งที่ทำมากันเป็นปกติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์ด้วย



........................................


175 มาฆบูชา


Cr. น้องแสนดี
ติดตามน้องแสนดีได้ทาง
Facebook
https://goo.gl/MOJoZP

Twitter https:/
goo.gl/YVxxgG

Line@ 
https://goo.gl/ngFdhG

เพลงมาฆบูชา 
https://www.youtube.com/watch?v=2Vkifs-IUyY

แอดไลน์แสนดีได้ทางลิ้งนี้นะครับ
https://goo.gl/XcZZTi

.......................

วันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

วันมหาปูชนียาจารย์

  

วันนี้....เป็นวันมหาปูชนียาจารย์

ที่สำคัญทั้ง 3 ท่านนะครับ
เนื่องจาก

เป็นวันคล้ายวันมรณภาพของ
หลวงปู่สดพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)
(3 ก.พ. 2502)

เป็นวันคล้ายวันละสังขาร
คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาทองสุก สำแดงปั้น
(ครูผู้สอนภาวนา แก่คุณยายอาจารย์ฯ) 
(3 ก.พ. 2506)

เป็นวันคล้ายวันสลายร่าง
คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง
(ผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย)
(3 ก.พ. 2545)

ซึ่งเป็นผู้ที่สำคัญมากๆ อย่างยิ่งเลยครับ ถ้าไม่มีหลวงปู่ ก็ไม่มีคุณยายทองสุก และคุณยายทองสุกก็มาสอนธรรมะให้คุณยาย จนท่านได้เข้าถึงธรรมะภายในจนได้เป็นหนึ่งในผู้ทำวิชชาสมัยหลวงปู่นะครับ และก็ได้มาถ่ายทอดให้หลวงพ่อธัมมชโย และพวกเราที่ได้รู้เส้นทางในการสร้างบารมีในทุกวันนี้

ดังนั้นวันนี้ เรามาเอาบุญสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ประกาศคุณของมหาปูชนียาจารย์ 20,000,333 จบด้วยกันนะครับ วันนี้สวดครบ 10 จบ รับรัตนชาติวันสุดท้าย

แล้วอย่าลืมมาปิดทอง และโปรยรัตนชาติที่โบสถ์กันนะครับ 
บุญนี้ถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์นี้นะครับ

#น้องแสนดี
3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560
#วันมหาปูชนียาจารย์

20160203 หลวงพ่อธัมมชโยเทศน์เรื่องวันมหาปูชนียาจารย์
https://www.youtube.com/watch?v=92nOTFuoeDw&t=32s


คำสอนคุณยายวันสลายร่าง
https://www.youtube.com/watch?v=6JL0S0ddOvI


เพลงเหงื่อแก้ว (วันสลายร่างคุณยาย)
https://www.youtube.com/watch?v=UUSTbnY_sfk


...................
174 วันมหาปูชนียาจารย์

วันมหาปูชนียาจารย์
ผู้สืบสาน สายธรรม อันล้ำค่า
วันหลวงปู่ ผู้เจนจบ พบวิชชา
ดับชีวา มรณะ สละกาย

   วันคุณยาย ทองสุก สำแดงปั้น
ละสังขาร เช่นกัน พลันใจหาย
วันรวมสงฆ์ ส่งบุญ ให้คุณยาย
วันสุดท้าย สลายร่าง อาจารย์จันทร์

   กตัญญู บูชา ยอดนักรบ
ดุสิตภพ ประสบมี ที่สวรรค์
เหล่าลูกหลาน ลานล้น สวดมนต์กัน
ให้สนั่น วันนี้ ที่เจดีย์

   ยี่สิบล้าน สามร้อย สามสิบสาม
พร้อมกันตาม เพื่อนพ้อง และน้องพี่
มาสวดย้ำ ธัมมจักฯ สดุดี
มอบบุญนี้ บูชา แด่อาจารย์

#น้องแสนดี
3 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560

.......................................
174 วันมหาปูชนียาจารย์
.......................................
Cr. น้องแสนดี

ติดตามน้องแสนดีได้ทาง
Facebook
https://goo.gl/kvP97u

Twitter 
https://goo.gl/F0ZFUm

Line@ 
https://goo.gl/u1s3M4

แอดไลน์แสนดีได้ทางลิ้งนี้นะครับ
https://goo.gl/XcZZTi

20160203 หลวงพ่อธัมมชโยเทศน์เรื่องวันมหาปูชนียาจารย์
https://goo.gl/38IZYy

คำสอนคุณยายวันสลายร่าง
https://goo.gl/Zv2v9S


.......................

วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

กระเบื้องลอยน้ำเต้าจม


เห็นบทความของ
ท่านอัยการปรเมศวร์ อินทรชุมนุม 

"กระเบื้องเฟื่องฟูลอย น้ำเต้าน้อยถอยจม" 

คนดีไม่มีใครยกย่อง 
คนทำผิดกลับได้รับการปกป้อง 
ดาหน้ากันช่วยกันปกป้อง 

เพราะความจริงแล้วกระเบื้องหรือดินเผาจะหนัก มันต้องจม แต่น้ำเต้ามันกลวง ปกติแล้วมันจะลอย แต่ว่ามันสลับกัน ซึ่งแสดงว่ามันต้องมีอะไรมาทำให้มันผิดธรรมชาติแน่นอน 

เปรียบเหมือนคนดีๆ ที่ถูกทำให้เป็นคนเลว และคนเลวกลายเป็นคนดี
เลยนึกถึงคำทำนายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ทำนายฝันของพระเจ้าปเสนทิโกศลในมหาสุบินชาดก นะครับ 

..................

           โดยย่อคือพระเจ้าปเสนทิโกศล พระราชาแห่งแคว้นโกศล ทรงบรรทมหลับฝันเห็นนิมิตถึง 16 ข้อ ทรงตกพระทัยตื่นขึ้นในกลางดึก เกิดความหวาดกลัวต่อมรณภัย จนรุ่งเช้า เมื่อพวกพราหมณ์ปุโรหิตเข้าเฝ้าจึงทรงเล่าความฝันนั้นให้ฟัง

พวกพราหมณ์ฟังแล้วไม่รู้ถึงผลที่จะเกิดขึ้นแต่อย่างใด แต่จะบอกว่าไม่รู้ก็ไม่ได้ จึงทูลว่า

เป็นเหตุร้ายแรง 
ต้องบูชายัญด้วยข้าวของ และสัตว์ทุกชนิด 
ด้วยความกลัวพระเจ้าปเสนก็ทรงว่าตามนั้น 

พวกพราหมณ์ต่างพากันดีใจว่า คราวนี้พวกเรารวยแน่ แล้วก็ได้พูดปลอบพระราชาว่า “ขอพระองค์อย่าทรงวิตกไปเลย พวกข้าพระองค์จะจัดการทุกอย่าให้เรียบร้อยโดยเร็ว”   

แล้วเตรียมขุดหลุมบูชายัญไว้มากมาย 

พระนางมัลลิกา อัครมเหสีทรงทราบเหตุนั้น 
จึงทรงกราบทูลให้พระเจ้าปเสน
ไปถามพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก่อน 


         พระราชาจึงทรงไปกราบทูลถามพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่พระเชตวันมหาวิหาร 

พระราชา  “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อใกล้รุ่ง หม่อมฉันฝันเห็นนิมิต ๑๖ อย่าง จึงเล่าให้พวกพราหมณ์ฟังแล้วก็ทรงเล่าเรื่องราวทั้งหมดจนถึงการบูชายัญที่พวกพราหมณ์กำลังจัดเตรียมอยู่ในขณะนั้นให้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทราบ ได้ตรัสสรรเสริญพระบรมศาสดาว่า “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์เป็นบุคคลผู้เลิศในโลกพร้อมทั้งเทวโลก ทรงรู้เหตุทั้งที่เป็นไปในอดีต ปัจจุบัน และในอนาคต เหตุที่ไม่ทรงรู้ไม่มีเลย ขอพระองค์ทรงทำนายความฝันของหม่อมฉันด้วยเถิดพระเจ้าข้า”

พระบรมศาสดา :  
“ขอถวายพระพร พระองค์ตรัสถูกต้องแล้ว ผู้อื่นที่จะรู้ผลของความฝันนี้ไม่มีเลย เราจะทำนายให้ ขอพระองค์ทรงเล่าความฝันนั้นตามที่ทรงนิมิตเห็นเถิด”

(ข้ออื่นๆ จะยาวมาก ขอตัดมาเฉพาะข้อที่ 12 และ 13 นะครับ สนใจอ่านเพิ่มได้ที่ข้างล่าง)

ความฝันข้อที่ 12
พระเจ้าปเสนทิโกศล  “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันฝันเห็นน้ำเต้าจมน้ำได้ จะมีผลเป็นอย่างไรพระเจ้าข้า”

พระบรมศาสดา     “มหาบพิตร ผลของความฝันนี้จะมีในอนาคตเหมือนกัน ในกาลข้างหน้า เมื่อโลกเสื่อมลง พระราชาไม่ตั้งอยู่ในธรรม จะไม่พระราชทานยศแก่คนที่มีตระกูลสูง พระราชทานแก่ผู้ทีมีตระกูลต่ำทราม พวกต่ำทรามก็จะเป็นใหญ่ พวกตระกูลสูงจะยากจน คำพูดของพวกตระกูลต่ำทรามจะเป็นหลักฐานมั่นคง เหมือนน้ำเต้าจมน้ำ เชิญพระองค์ตรัสเล่าความฝันข้อที่ 13 เถิด”


ความฝันข้อที่ 13
พระเจ้าปเสนทิโกศล “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันฝันเห็นศิลาแท่งทึบใหญ่ขนาดเท่าบ้านเรือน ลอยน้ำได้เหมือนเรือ จะมีผลเป็นอย่างไรพระเจ้าข้า”

พระบรมศาสดา :
“มหาบพิตร ผลของความฝันนี้จะมีในอนาคตเหมือนกัน ในกาลข้างหน้า พระราชาจะพระราชทานยศแก่คนที่ตระกูลต่ำทราม พวกนั้นจะเป็นใหญ่ พวกตระกูลสูงก็จะตกยาก ไม่มีใครเคารพยำเกรง แต่ผู้คนจะทำความเคารพพวกที่เป็นใหญ่ฝ่ายเดียว คำพูดของบัณฑิต ผู้หนักแน่นดังศิลาแท่งทึบจะเลื่อนลอยไร้ความหมาย เหมือนศิลาแท่งทึบแต่กลับลอยน้ำได้ เชิญพระองค์ตรัสเล่าความฝันข้อที่ 14 เถิด”

สุดท้าย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ได้ทำนายทั้งหมด 16 ข้อ 

พระเจ้าปเสนทิโกศลได้ทรงฟังแล้วก็แจ่มแจ้ง หมดความลังเลสงสัย ทรงหายหวาดกลัว รับสั่งให้เลิกการบูชายัญทั้งหมด ได้ทรงให้ชีวิตแก่คนและสัตว์ทั้งหลาย ชาวประชาต่างชื่นชมยินดี


......................................................
         จะเห็นได้ว่า เมื่อไปปรึกษาผู้ไม่รู้ พระองค์ก็อาจจะต้องฆ่าสัตว์บูชายัญ ทำบาปสร้างวิบากกรรมอย่างมากมาย ถ้าไม่ได้พระนางมัลลิกาและพระสัมมาสัมพุทธเจ้าช่วยไว้ พระเจ้าปเสนอาจจะต้องทำบาปอีกมากมายเลยทีเดียว เพราะการเชื่อฟังคนไม่ดีที่อ้างตัวเป็นผู้รู้มีผลมาก
......................................................


(สนใจอ่านข้ออื่นๆ ที่ด้านล่างนะครับ)

นั่นล่ะครับ ในยุคหลังกึ่งพุทธกาล ที่ผู้คนไม่รักษาธรรมะ หลายสิ่งหลายอย่างจะกลับกันไป ความผิดก็เป็นถูก ความถูกก็เป็นผิด คนชั่วเรียกตัวว่าคนดี คนดีถูกใส่ร้ายเป็นคนชั่ว การอุปถัมภ์พวกพ้องมีอำนาจมากกว่าความถูกต้อง

แล้วจะไปสอนเด็กรุ่นหลังได้อย่างไรครับ ว่าอะไรเรียกว่าถูกผิดดีชั่วควรไม่ควร
ในเมื่อผู้ใหญ่ในบ้านเมืองยังเป็นซะแบบนี้

#น้องแสนดี
1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560


ลิ้งค์อ้างอิง อัยการปรเมศวร์ อินทรชุมนุม
https://goo.gl/dYhn9N

#ยุติธรรม
#อยุติธรรม
#วินิจฉัยเสีย
#ระบบพวกพ้อง
#กระเบื้องลอยน้ำเต้าจม

...................


173 กระเบื้องลอยน้ำเต้าจม

   กระเบื้องเฟื่องฟูลอย 
น้ำเต้าน้อยจะถอยจม 
ทำดีต้องตรอมตรม
แต่ชื่นชมคนทำเลว

คนชั่วมั่วปกป้อง
อุ้มพวกพ้องที่ดิ่งเหว
ช่วยแก้แม้จะเลว
ถึงแหลกเหลวก็พวกตน

ทำดีสักแค่ไหน 
แต่ถ้าไร้ประโยชน์ผล
ไม่ใช่พรรคพวกตน
ก็ไม่สนแม้คนดี

อาจกลับตาลปัตร

มองให้ชัดถนัดถนี่
กาขาวชาวคนดี
หรือป้ายสีพิราบดำ

ต่อไปจะสอนใคร
วินิจฉัยที่น่าขำ
ถูกผิดยุติธรรม
ลูกหลานจำสับสนเอย

#น้องแสนดี
1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560

.......................................
173 กระเบื้องลอยน้ำเต้าจม
.......................................
Cr. น้องแสนดี

ติดตามน้องแสนดีได้ทาง
Facebook
https://goo.gl/DbeVh3

Twitter
https://goo.gl/pdc2U1

Line@ 
https://goo.gl/ilYFLc

แอดไลน์แสนดีได้ทางลิ้งนี้นะครับ
https://goo.gl/XcZZTi

......................

อรรถกถา เอกกนิบาตชาดก วรุณวรรค
๗. มหาสุบินชาดก ว่าด้วยมหาสุบิน
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๙
ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑


http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=27&i=77

.......................

 

blog Nongsaandee by Nongsaansuai Template by Ipietoon Cute Blog Design